เรื่องของกุ้ง

เป็นอะไรที่ทำให้ใครหลายคนนั้นจะต้องอยากสัมผัสกับรสชาติของอาหารทะเลที่ทำให้เรานั้นฟินนาเร่เสมอมาทุกช่วงเวลาไม่ว่าจะรับประทานในช่วงเทศกาลต่างๆของบ้านเราไม่ว่าจะเป็น เทศกาลปีใหม่ เทศกาลสงกรานต์ หรือแม้กระทั้งการเดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆอย่างมากมาย กับอาหารทะเลที่มีเนื้อนุ่ม ลื่นคอ เคี้ยวอร่อยกับอาหารทะเลที่มีชื่อว่า  กุ้ง แน่นอนว่ากุ้งนั้นมีหลายสายพันธุ์ที่มีความแตกต่างกันออกไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนไทยอย่างพวกเราก็ต้องเคยได้รับประทานกันมาแล้ว กับเมนูต่างที่มีวัตถุดิบหลักๆที่เป็นกุ้ง ถ้าพูดถึงเรื่องราวของกุ้งนั้นแยกออกได้ไปชื่อและหลายสายพันธุ์ไม่ว่าจะเป็นกุ้งกุลาดำ ที่ต้องบอกเลยว่าได้ทานสดๆสุกๆใหม่ๆบอกเลยว่าอร่อยอย่างยอดเยี่ยมเลยทีเดียว ตามด้วยกุ้งก้ามกราม ก็เนื้อแน่นสมราคา รสชาติอร่อย กุ้งนางก็เป็นอีกกุ้งหนึ่งที่ได้รับความนิยมเช่นเดียวกัน กุ้งหลวงก็เป็นอีกกุ้งประเภทหนึ่งที่มีรสชาติที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้กุ้งชนิดอื่นๆเลยทีเดียว กุ้งก้ามเกลี้ยงก็เป็นอีกกุ้งที่ทำให้เรานั้นสัมผัสเข้าถึงเนื้อในอย่างเต็มที่ ตามด้วยกุ้งตะกาด ก็เป็นที่นิยมเหมือนกัน กุ้งตะเข็บ ก็มีความโดดเด่นเหลือเกิน  กุ้งฝอยก็เป็นอีกกุ้งหนึ่งที่คนทั่วประเทศนั้นรับประทานในเมนูสุดแซ่บที่บอกเลยว่าที่ทุกคนก็เคยติดใจกันมาแล้ว กุ้งหัวแข็งก็เป็นอีกกุ้งหนึ่งที่รสชาติลงตัวเลยทีเดียว กุ้งหัวโขนถ้าได้ทานแล้วรับรองว่าติดใจอย่างแน่นอน  กุ้งขาวก็เป็นอีกกุ้งที่ยอดเยี่ยมในรสชาติที่สัมผัสได้ กุ้งรู และกุ้งหินก็ทำให้เรานั้นฟินกับวัตถุดิบที่ทำให้เรานั้นได้รับประทานกัน กุ้งดีดขัน รสชาติอร่อยเนื้อแน่นไม่แพ้ใครเลยจริงๆ กุ้งแชบ๊วย เป็นกุ้งธรรมชาติที่สามารถทานได้พร้อมได้รสชาติที่ทำให้คุณนั้นต้องร้องว้าวเลยทีเดียว และกุ้งเครชฟิชก็เป็นอีกกุ้งหนึ่งที่มีการเลี้ยงอย่างมากมาย แน่นอนว่าเรื่องกุ้งนั้นก็ในส่วนเปลือกนั้นเป็นไคติน เป็นสารอาหารที่ยอดเยี่ยมและรองลงมาก็เป็นจำพวกแร่ธาตุ  พวกโปรตีนที่ต้องบอกเลยว่า เป็นสารอาหารที่มีคุณค่าต่อร่างกายเป็นอย่างมากเลยทีเดียวและได้ประโยชน์ต่อร่างกายอย่างแท้จริงเลยทีเดียว ถ้าพูดถึงเรื่องราวของเศรษฐกิจการค้าขายด้วยสัตว์ทะเลชนิดนี้ก็ต้องบอกเลยว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมากเลยทีเดียว ในตลาดโลกนั้นก็แข่งขันอย่างสูง ในช่วงหลายๆปีที่ผ่านมา การส่งออกของกุ้งนั้นก็เติบโตอยู่ในระดับที่ดีเลยทีเดียว แน่นอนว่าผลิตกุ้งได้ราวประมาณ  500000 ตันต่อปีเลยทีเดียว นี่คือเรื่องราวของกุ้งที่ต้องบอกเลยว่า ยอดเยี่ยมจริงสำหรับรสชาติ

รู้ไว้โรคแบคทีเรียกินเนื้อ

บทความโดย ผศ.พญ.จรัสศรี ฬียาพรรณ ภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล โรคแบคทีเรียกินเนื้อ แค่ได้ยินชื่อก็สงสัยกันแล้ว ว่ามีด้วยหรือ เป็นโรคอะไร น่ากลัวขนาดไหนโรคแบคทีเรียกินเนื้อมีโรคจริง มารับความรู้เกี่ยวกับโรคนี้  โรคแบคทีเรียกินเนื้อหรือที่เรียกชื่อภาษาอังกฤษว่า necrotizing fasciitis คือ การติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังของระดับเนื้อเยื่อหุ้มกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดการอักเสบแบบมีเนื้อตายที่ผิวหนังตั้งแต่ชั้นหนังกำพร้าถึงชั้นเนื้อเยื่อหุ้มกล้ามเนื้อ พบบ่อยในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ หรือเป็นโรคเบาหวาน หรือเป็นโรคตับแข็ง การติดเชื้อมักพบหลังการผ่าตัดหรือหลังประสบอุบัติเหตุทำให้เกิดแผลและสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมที่มีเชื้อแบคทีเรีย โดยเชื้อแบคทีเรียที่พบเป็นสาเหตุได้บ่อย ได้แก่ เชื้อสเตรปโตคอคคัสกรุ๊ปเอ ซึ่งบริเวณที่พบการติดเชื้อบ่อย ได้แก่ บริเวณขาและแขน  อัตราการเสียชีวิตขึ้นอยู่กับโรคประจำตัวของผู้ป่วยและบริเวณของการติดเชื้อ ถ้าผู้ป่วยมีภูมิคุ้มกันต่ำ หรือเป็นโรคเบาหวาน หรือโรคตับแข็งจะทำให้มีความเสี่ยงสูงในการติดเชื้อรวมถึงจะลุกลามอย่างรวดเร็ว นอกจากนั้น การติดเชื้อที่กว้างหรือลึกมากจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยมีอัตราการเสียชีวิตที่มากขึ้นลักษณะอาการที่พบในระยะแรก คือ มีอาการเจ็บปวด บวม แดง ร้อนที่ผิวหนังอย่างมาก หลังจากนั้นอาการบวมแดงจะลามอย่างรวดเร็ว ในบางรายอาจมีตุ่มน้ำร่วมด้วย ต่อมาสีของผิวหนังจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงและมีเนื้อตายเกิดขึ้น เมื่อมีเนื้อตายเกิดขึ้นผู้ป่วยอาจมีอาการชามาแทนที่อาการเจ็บปวดมักมีไข้สูงและมีการติดเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือดร่วมด้วย ผู้ป่วยอาจมีภาวะช็อก และมีการทำงานที่ลดลงของอวัยวะต่างๆ เช่น ไต ตับ เป็นต้น  การวินิจฉัยและรักษาในระยะแรกของโรคจะสามารถลดอัตราการเสียชีวิตและหายได้ ถ้ามีแผล อาการเจ็บปวด บวม แดง ร้อนที่ผิวหนัง […]

สังเกตอาการโรคซึมเศร้ากับตัวเอง

อีกหนึ่งโรคที่มักได้ยินกันบ่อยครั้ง และถือได้ว่าเป็นอีกภัยเงียบคุกคามสุขภาพ.โรคซึมเศร้า นอก จากเกิดขึ้นได้กับทุกเพศวัย ไม่ละเว้นแม้แต่ ผู้สูงอายุ ในความรุนแรงยังมีแนวโน้มลุกลามนำไปสู่การคิดสั้น แต่อย่างไรก็ตาม “โรคซึมเศร้า” สามารถป้องกันและรักษาได้นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ และโฆษกกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ให้ความรู้และกล่าวถึงสถาน การณ์โรคว่า ภาวะซึมเศร้าปัจจุบันพบได้แทบทุกช่วงวัย แต่ละช่วงอายุมีเรื่องราว จุดเด่นที่ต่างกันไป อย่างเช่นวัยเด็กสู่ช่วงวัยรุ่น ซึ่งเป็นช่วงวัยที่แสวงหาตัวตน ในบางรายภาวะซึมเศร้าอาจสังเกตยากกว่าวัยทำงานและผู้สูงอายุ ทั้งนี้ความเศร้าในวัยรุ่นบางกรณีอาจแสดงออกมาเป็น ความรู้สึกที่ไม่มีความสุข รู้สึกว่าตนเองไม่มีคุณค่า ไม่มีตัวตน ทำอะไรก็ไม่ดีสักอย่าง ซึ่งอาจเกิดเป็นปัญหาพฤติกรรมต่อไปได้ส่วนวัยเริ่มต้นทำงานหรือวัยผู้ใหญ่ กลุ่มนี้จะรับรู้ “ความรู้สึกเศร้า” หรืออาการ “ความสุขหายไป” โดยจะมีอาการเบื่อเซ็งไม่อยากทำอะไรชัดเจนขึ้น อย่างเช่น จากที่เคยชอบดูหนัง ฟังเพลงที่ชื่นชอบ แต่เมื่อได้ทำแล้วกลับไม่มีความสุข ความกระตือรือร้น ความคิดสร้างสรรค์หายไป อีกทั้งอาจตามมาด้วยปัญหาสุขภาพ กินไม่ได้ นอนไม่หลับ หรือผู้ป่วยบางราย เมื่อมีปัญหาความเครียด รู้สึกเศร้าจะกินเพิ่มขึ้น นอนมากขึ้น อ้วนขึ้น น้ำหนักขึ้นซึ่งก็พบได้  อีกทั้งในความรู้สึกเศร้า ยังมีความรู้สึกว่า คุณค่าในตัวเองลดลง สมาธิลดลง  มีอาการปวดเมื่อย ปวดหัว ปวดท้องร่วมด้วย […]

กินข้าวยังไงไม่ให้อ้วน

ข้าวเป็นพืชอาหารหลักของคนไทยมาช้านาน แต่ปัจจุบันหลายคนหันมารับประทานอาหารประเภทอื่นแทน เช่น ทานผลไม้ในมื้อเย็น เพราะกลัวอ้วนหรือทานกับแทนข้าว เพราะเชื่อว่าข้าวคือแป้ง เมื่อแปรเปลี่ยนเป็นคาร์โบไฮเดรต ที่ทำให้อ้วน สาเหตุสำคัญอีกประการหนึ่งที่ทำให้ประชาชนชาวไทยบริโภคข้าวน้อย คือ การเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค เมื่อมีรายได้มากขึ้นประชาชนจะเปลี่ยนมารับประทานอาหารประเภทโปรตีน กลุ่มอาหารฟุ่มเฟือยเพิ่มมากขึ้น และกระแสคนรักสุขภาพเป็นที่สนใจอย่างมาก ทั้งเรื่องออกกำลังกาย การรับประทานอาหาร หลายคนยังมีความเชื่อว่า หากจะควบคุมน้ำหนักต้องงดทานข้าว ขณะที่ต่างประเทศนั้นมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากการกินขนมปังมาเป็นข้าวแทนแล้ว ในความเป็นจริงข้าวให้คุณประโยชน์มากกว่าและให้แคลอรี่น้อยกว่า   ขนมปัง จากการศึกษาตารางโภชนาการอาหารเปรียบเทียบแคลอรี่จากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผยว่า อาหารแต่ละชนิดที่ปริมาณ 100 กรัมเท่ากัน ข้าวให้พลังงาน 133 กิโลแคลอรี่ ในขณะอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตแบบเดียวกัน เช่น ขนมปัง ให้พลังงาน 267 กิโลแคลอรี่, เส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ให้พลังงาน 400 กิโลแคลอรี่ล้วนให้พลังงานสูงกว่าข้าวทั้งสิ้น  หรือแม้กระทั่งอาหารคลีนที่นิยมรับประทานกันก็มีแคลอรี่สูงกว่าข้าวแบบที่ทุกคนอาจจะนึกไม่ถึง อาทิ อกไก่ไม่ติดหนัง ให้พลังงาน 173 กิโลแคลอรี่, เนื้อปลาไม่ติดหนัง ให้พลังงาน 173 กิโลแคลอรี่, เนื้อวัวไม่ติดมัน ให้พลังงาน 233 กิโลแคลอรี่ ดังนั้นการกินข้าวจึงไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้อ้วนอย่างที่คิด […]

การเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิช

การเลี้ยงกุ้งล็อบสเตอร์จะต้องเลี้ยงให้เป็นระบบ บ่อสำหรับพ่อแม่พันธุ์ซึ่งส่วนมากแล้วจะเป็นการสั่งมาจากต่างประเทศ บ่อนี้จะไว้เลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ให้มีความเจริญเติบโตเต็มที่ ให้เข้าสู้วัยเจริญพันธุ์ บ่อแต่งงานหรือบ่อผสมพันธุ์ บ่อนี้จะเป็นบ่อที่เลี้ยงกุ้งที่พร้อมจะผสมพันธุ์ โดยอัตราส่วนในการเลี้ยงในบ่อนี้จะอยู่ที่ตัวผู้ 1 ตัว ตัวเมีย 5 ตัว บ่อวางไข่ เมื่อแม่พันธุ์ได้ทำการผสมพันธุ์แล้วติดไข่ เราจะแยกแม่พันธุ์ไว้ในอ่างพลาสติกขนาดไม่ใหญ่มาก หลังจากแม่พันธุ์ติดไข่แล้วจะใช้ระยะเวลา 1 เดือนก็จะเห็นลูกกุ้งออกมาวิ่งเล่นในอ่างพลาสติกแล้ว บ่อเลี้ยงจะเป็นบ่อปูนที่มีขนาดกว้าง 6 เมตร ยาว 16 เมตรซึ่งความกว้างความยาวนั้นสามารถปรับแต่งให้เข้ากับพื้นที่ที่เลี้ยงของเกษตรกรก็ได้ไม่จำเป็นต้องยึดติดตายตัว แต่ที่สำคัญก็คือพื้นบ่อจะต้องมีการเล่นระดับ สูงต่ำ และมีการตัดท่อพลาสติกขนาด 4 นิ้วเป็นท่อ ๆ วางไว้ในบ่อเลี้ยงด้วยเพื่อให้กุ้งสามารถเข้าไปหลบภับหรือไว้ลอกคราบได้ด้วยการสังเกตว่ากุ้งล็อบสเตอร์เป็นตัวเมียและตัวผู้ให้ดูที่ขาคู่ที่ 3 ถ้าเป็นตัวเมียจะมีรูสำหรับวางไข่ และถ้าเป็นตัวผู้จะมีเดื่อขึ้นมา ลักษณะของกุ้งประเภทนี้จะมีก้ามโตเหมือนกับปู ลำตัวแบน เปลือกหนาและแข็ง ปลายหางมีลักษณะเหมือนกับพัด อาหารที่ใช้เลี้ยงกุ้งล็อบสเตอร์นั้นเราอาจจะหาอาหารสำเร็จรูปในการเลี้ยงกุ้งก็ได้ แต่อาหารสดอย่างไส้เดือนก็เป็นอาหารชั้นยอด ไส้เดือนนั้นทำให้กุ้งมีความแข็งแรงโตเร็วและได้โปรตีนสูง แถมผลพ่วงจากการเลี้ยงไส้เดือนเราสามารถได้ขี้ไส้เดือนและน้ำหมักไส้เดือนไว้ขายได้ด้วย      

ต้นกำเนิดสายพันธุ์กุ้งเครย์ฟิช

เราอาจะรู้ในการเรียนในห้องเรียนมาตั้งแต่ประถมมาแล้วว่าสิ่งมีชีวิตบนโลกนั้นสิ่งมีชีวิตพวกแรกเกิดจากทะเลแล้วค่อยๆพัฒนาขึ้นบนบกในยุคที่สิ่งมีชีวิตไม่สามารถขึ้นบนบกได้นั้นสัตว์นักล่าที่มีอาวุธเป็นก้ามขนาดใหญ่โดยเป็น บรรพบุรุษของกุ้งทุกวันนี้โดยมีการพบหลักฐานของซากดึกดำบรรพ์ของเครย์ฟิชที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี ล้วนแต่เป็นของหายากแต่นั้นก็ไม่ได้เป็นซากที่เก่าที่สุดเพราะสัตว์จำพวกมีมาตั้งแต่ยุคที่เริ่มมีสิ่งมีชีวิตและได้ใช้ชีวิตอยู่มาทุกยุคแม้กระทั่งยุคไดโนเสาร์ แต่โพรงซากดึกดำบรรพ์มีการตรวจพบจากชั้นหินเก่าแก่จากยุคปลายพาเลโอโซอิกได้พบหลังฐานเก่าแก่สุดของกุ้งเครย์ฟิชสกุล Parastacidae พบในออสเตรเลียมีความแก่กว่า 115 ล้านปี แต่นักวิชาการได้คิดว่าสัตว์สายพันธุ์ที่เป็นบรรพบุรุษของกุ้งมีมาตั้งแต่ยุค แคมเบรียน เมื่อประมาณ 600 ล้านปีที่แล้ว ตอนนั้นโลกเริ่มแบ่งเป็นทวีใหญ่ และสัตว์ก็ได้พัฒนาตัวเองขึ้นมาจากแคลเซี่ยมบางจำพวกก็มีกระดองเปลือกแข็งเพื่อป้องกันตัวเองจากนักล่าแต่อีกพวกก็ใช้เป็นอาวุธเพื่อฆ่าเหยื่อหรือใช้ต่อสู้กันเองเพื่อแย้งอนาเขตกันเอง จากลักษณะร่างกายนักวิทยาศาสตร์ได้สันนิษฐานว่าสัตว์สกุลที่เป็นบรรพบุรุษของเครย์ฟิชจัดอยู่เป็นพวกนักล่าและมีขนาดใหญ่และเป็นชนิดเดียวที่มีขาสามารถเดินขึ้นมาบนบกได้จำพวกแรกหลังจากนั้นมาบรรพบุรุษของกุ้งก็ได้อยู่ในโลกมาโดยตลอดและพัฒนาสายพันธุ์ตัวองเพื่อนความอยู่รอด

โครงสร้างของกุ้งเครย์ฟิช

กุ้งเครย์ฟิชเนื่องจากมีลักษณะที่สวยงามแล้วชื่อว่ากุ้งมังกรก็เป็นชื่อที่เป็นสิริมงคลและยังเป็นกุ้งที่มีชีวิตสามารถเลี้ยงไว้ดูเล่นได้ไม่เหมือนกุ้งมังกรน้ำเค็มที่นำมาแขวนไว้กับผนังบ้านไม่สามารถเลี้ยงได้ กุ้งเครย์ฟิชเป็นกุ้งนักสู้หวงถิ่นในการเลี้ยงเราจะได้เห็นลักษณะความเป็นนักสู้ของมันจะทำให้ผู้เลี้ยงตื่นเต้นกับการพัฒนาของกุ้งลักษณะร่างกายเครย์ฟิชนั้นแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วน คือ ส่วนหัว ส่วนกลาง หรือ ทอแร็ก คือส่วนที่มีขาใช้สำหรับเดิน ส่วนสุดท้ายคือ ส่วนท้องซึ่งเป็นส่วนที่มีเนื้อเยอะมากที่สุด ซึ่งส่วนหัวกับส่วนกลางนั้นเชื่อมติดรวมกันเป็นชิ้นเดียว เรียกว่า เซฟาโลทอแร็ก ข้อมูลบางแหล่งอาจระบุว่าเครย์ฟิชนั้นมีลำตัวเพียง 2 ส่วนก็ได้ ทั้งตัวนั้นจะถูกหุ้มด้วยเปลือก หรือ คาราเพซ ซึ่งทำหน้าที่ 2 อย่าง คือ ใช้สำหรับปกป้องลำตัว และเป็นที่ตั้งของอวัยวะหายใจ คือ เหงือกที่มีลักษณะคล้ายขนนกอยู่ใกล้บริเวณปาก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในระบบหายใจ คือเป็นทางผ่านของน้ำเพื่อให้น้ำไหลผ่านช่องเหงือกนั่นเองในส่วนของขานั้นแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ขาเดิน ซึ่งมีด้วยกันทั้งหมด 5 คู่ โดยคู่แรกนั้นถูกพัฒนาจนกลายเป็นก้าม ใช้สำหรับหยิบจับอาหารและใช้ต่อสู้ และ ขาว่ายน้ำ จะมีลักษณะเป็นแผ่นบาง ๆ มีไว้สำหรับโบกน้ำที่มีออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายเพื่อหายใจ รวมทั้งโบกพัดแพลงก์ตอนเข้าหาตัวเพื่อกินเป็นอาหารอีก ในเครย์ฟิชตัวเมีย ขาว่ายน้ำยังใช้เป็นที่อุ้มไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิอีกแล้วต่างหาก  

การแบ่งเพศและวงจรชีวิตของกุ้งเครย์ฟิช

เครย์ฟิชเป็นกุ้งน้ำจืดที่ไม่ถูกกับสารเคมีแบบสุดแบบว่าโดยเป็นต้องตายเลยก็ว่าได้เป็นกุ้งที่ชอบธรรมชาติจะอาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำจืดที่มีลักษณะน้ำใสสะอาดสูง มีค่าของอกซิเจนสูง เนื่องด้วยการเติบโตของกุ้งแต่ละครั้งจะมีการลอกคราบที่อยู่ของมันจึงต้องเป็นทีซ่อนตัวไปด้วยส่วนใหญ่จะเป็นก้อนหินหรือขอนไม้ใต้น้ำ ส่วนเรื่องอาหารนั้นเครย์ฟิชสามารถกินอาหารได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นพืชสัตว์น้ำขนาดเล็กหรือแม้แต่ซากสัตว์ ออกหากินเวลากลางคืนเพื่อหลีกเลี่ยงสัตว์นักล่าและจะไม่หากินทุกวันจะหาวันเว้นวันมีอาณาเขตเป็นของตัวเองเพราะกุ้งเป็นสัตว์ที่หวงถิ่นมากโดยแต่ละตัวจะมีอาณาเขตเป็นของตัวเองประมาณ 40 เซนติเมตร กุ้งเครย์ฟิชตั้งแต่เกิดมาช่วงแรกๆจะมีการลอกคราบบ่อยและจัลดระยะการลอกลงตามขนาดตัวจะมีอัตราเฉลี่ยอยู่ที่หนึ่งครั้งต่อเดือนเมื่ออายุครบหนึ่งปีจะลอกคราบปีละครั้งเท่านั้น การลอกคราบแต่ละครั้งใช้เวลานานราว 2–3 วัน กว่าเปลือกใหม่ที่ได้นั้นจะแข็งแรงเท่าเดิม ในบางครั้งอาจมีพฤติกรรมกินเปลือกตัวเองที่ลอกออกหรือของตัวอื่นก็ได้ เพราะร่างกายต้องการแคลเซี่ยมเพื่อสร้างเปลือกใหม่ให้แข็งแรง การผสมพันธุ์ของเครย์ฟิชแต่ละครั้ง กินเวลาเพียง 1–2 นาที เท่านั้น หลังจากนั้นเมื่อไข่ได้รับการปฏิสนธิจากน้ำเชื้อแล้ว ไข่จะฟักเป็นตัวในเวลาราว 3–4 สัปดาห์ โดยตัวเมียจะอุ้มไข่ไว้ในช่องท้อง ไข่มีลักษณะวงกลมสีดำคล้ายเมล็ดพริกไทยดำ ในการผสมพันธุ์แต่ละครั้งอาจได้ลูกเครย์ฟิชมากถึง 300 ตัว ซึ่งเครย์ฟิชในวัยเล็กจะยังอาศัยอยู่กับแม่ โดยกินเศษอาหารที่แม่กินเหลือ เมื่อโตขึ้นจึงค่อยแยกจากไป

การแบ่งวงศ์สกุลและสายพันธุ์กุ้งเครย์ฟิช

โดยทั่วไปเราจะเห็นว่ากุ้งเครย์ฟิชที่ถูกนำมาทำเป็นอาหารในร้านอาหารและก็ในตู้ปลาเลี้ยงดูสีสันเป็นสัตว์สวยงามบ้างคนที่พึ่งเข้ามาศึกษาอาจจะสงสัยแต่เราสามารถแบ่งกุ้งสกุลเครย์ฟิชออกได้เป็น 2  วงศ์ใหญ่ๆได้คือ Astacoidea ซึ่งเป็นสกุลใหญ่มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาเหนือและทวีปยุโรป สามารถแบ่งเป็นวงศ์ย่อยได้อีก 2 วงศ์คือ Astacidae และ Cambaridae โดยเครย์ฟิชชนิดที่เป็นที่รู้จักกันดีในสกุลนี้คือ Procambarus clarkii โดยรวมแล้วกุ้งเครย์ฟิชในวงศ์นี้มีขนาดใหญ่มีลักษณะเด่นคือก้ามจะมีหนาม โตเต็มจะมีขนาดประมาณ 20 เซนติเมตร และอีกวงศ์คือ Parastacoidea ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในภูมิภาคโอเชียเนียและอีเรียน จายา กุ้งเครย์ฟิชสกุลนี้จะไม่มีหนามที่ก้าม และลักษณะของก้ามจะป่องออกต่างไปจากสกุล Astacoidea แต่มีที่หนีบสั้นและเล็กกว่า ขนาดเมื่อโตเต็มที่ขนาดตัวจะยาวประมาณ 30-40 เซนติเมตร ชนิดของกุ้งเครย์ฟิชในสกุลนี้ที่เป็นที่รู้จัก กุ้งเครย์ฟิชทั้ง 2 สายนี้มีจุดดีจุดเด่นในสายของตัวเองเพื่อให้อยู่รอดในสภาพแวดล้อมของถิ่นที่อยู่ของแต่ละสายพันธุ์ส่วนในประเทศไทย เพื่อตอบสนองกับความต้องการและเพื่อให้การเลี้ยงนั้นคงสภาพการรอดชีวิตมากที่สุดและเหมาะกับสภาพอากาศของประเทศไทยสกุลที่เรานำมาเลี้ยงส่วนใหญ่ก็คือสกุล Parastacoidea เพราะมีต้นกำเนิดอยู่ในเอเชียสามารถปล่อยเลี้ยงได้ตามสภาพน้ำบ้านเราและเครย์ฟิชสกุลนี้ก็มีขนาดใหญ่ก้ามป่องสามารถเลี้ยงไว้เพื่อนเป็นรายได้เสริมอีกด้วยส่วนสกุล Astacoidea ไม่ค่อยได้รับความนิยมในบ้านเราเพราะมีถิ่นกำเนิดอยู่ในยุโรปเวลาจะเลี้ยงก็ต้องเจอปัญหาอุณหภูมิของน้ำและสิ่งแวดล้อมกับอาหารทำให้เพิ่มต้นทุนการเลี้ยง

กุ้งเครย์ฟิช หรือ ล็อบสเตอร์น้ำจืด

เครย์ฟิชเป็นกุ้งน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่จำพวกหนึ่งจึงได้มีอีกชื่อว่ากุ้งล็อบสเตอร์น้ำจืดด้วยขนาดที่ใหญ่ก้ามใหญ่เปลือกหนากว่ากุ้งน้ำจืดทั่วไปและมีคุณสมบัติให้เนื้อพอๆกับกุ้งล็อบสเตอร์น้ำเค็มกุ้งเครย์ฟิชจึงจัดว่าเป็นกุ้งเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งที่กำลังเป็นที่นิยมในประเทศไทยทั้งตลาดกุ้งเนื้อและกุ้งเลี้ยงสวยงาม กุ้งล็อบเตอร์น้ำจืดหรือเครย์ฟิชมีถิ่นกำเนิดใน ทวีปอเมริกาเหนือ ทวีปยุโรป โอเชียเนีย  อีเรียนจายา เอเชียตะวันออก และบริเวณใกล้เคียง ปัจจุบันมีการจดบันทึกชนิดของกุ้งเครย์ฟิชไปแล้วกว่า 500ชนิด ซึ่งมากกว่าครึ่งนั้นเป็นกุ้งเครย์ฟิชที่มีถิ่นกำเนิดมาจากทวีปอเมริการเหนือ แต่ยังมีอีกหลายร้อยชนิดที่ยังไม่ได้รับการจดบันทึกสายพันธุ์ รวมทั้งมีอีกหลายชนิดที่ยังมีความหลากหลายทางสีสันมากอีกด้วยส่วนการนำเข้ามาในไทยครั้งแรกนั้นน่าจะสั่งมาจากประเทศญี่ปุ่นในลักษณะการเลี้ยงเป็นแบบสัตว์เลี้ยงสวยงามจากปลามาเป็นกุ้งบ้างและได้รับการตอบรับเป็นอย่างมากจึงมีคนไทยค้นหาข้อมูลเป็นจำนวนมากทั้งวิธีการเลี้ยงและการตลาดซึ่งนั้นช่วงแรกก็จะเป็นการหาข้อมูลในการเลี้ยงเอาสีสันแต่ด้วยขนาดตัวที่ใหญ่ละเนื้อสามารถรับประทานได้จึงกลายเป็นที่สนใจของเกษตรกรที่อยู่ห่างไกลจากทะเลและเป็นที่ต้องการของร้านอาหารในภาคเหนือและภาคอีสานอีกด้วยทำให้กุ้งเครย์ฟิชหรือล็อบสเตอร์น้ำจืดกลายเป็นที่นิยมในประเทศไทยและยังมีการเพาะพัฒนาสายพันธุ์เพื่อเพิ่มคุณภาพของตัวกุ้งเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทั้งแบบกุ้งเนื้อและกุ้งสวยงามอีกด้วย